กินอาหารอย่างไร…ให้ห่างไกลโรคหลอดเลือดสมอง

กินอาหารอย่างไร…ให้ห่างไกลโรคหลอดเลือดสมอง อาหารเป็นปัจจัยหลักที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เป็นแหล่งพลังงานและสร้างสมดุลให้กระบวนการการทำงานของร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง สามารถประกอบกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างปกติ หากเรารับประทานอาหารไม่ถูกต้องตามหลักโภชนาการเป็นเวลานานๆ อาจส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ ได้ รวมทั้งโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตเป็นอันดับ 2 ของประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปีทั่วโลก และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตเป็นอันดับ 5 ของประชากรอายุระหว่าง 15-59 ปี โดยในแต่ละปีมีคนทั่วโลกเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองประมาณ 6 ล้านคน อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง อาหารที่เป็นไขมันทรานส์ เช่น เนย , ครีมเทียม ของทอดที่มีน้ำมันเยอะ ของหวานต่างๆ รวมถึงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารที่ควรรับประทาน อาหารไขมันต่ำ เช่น เนื้อปลา อกไก่ ผักและผลไม้กากใยสูง ข้าวที่ไม่มีการขัดสี เช่น ข้าวกล้อง และข้าวซ้อมมือ อาหารที่ปรุงด้วยวิธีต้ม หรือ ย่าง น้ำมันน้อยที่สุด “ให้เราช่วยดูแลคนที่คุณรัก Hope Rehabilitation Phuket […]
เทคนิคป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง

เทคนิคป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง การป้องกันเป็นการรักษาโรคหลอดเลือดสมองที่ดีที่สุด และควรป้องกันก่อนการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง คือ ต้องควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่ส่งเสริมให้หลอดเลือดเกิดการตีบ อุดตัน หรือแตก มีหลักการปฏิบัติตน ดังนี้ งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ควบคุมระดับความดันโลหิต ไขมัน และน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ควบคุมอาหารให้สมดุล ทานให้ครบ 5 หมู่ และหลีกเลี่ยงอาหารรสเค็ม หวาน มันรับประทานผัก ผลไม้อย่างสม่ำเสมอ ตรวจเช็กสุขภาพประจำปี เพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยง ถ้าพบต้องรีบรักษาและพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม “ให้เราช่วยดูแลคนที่คุณรัก Hope Rehabilitation Phuket ศูนย์ฟื้นฟูและรักษาผู้สูงอายุ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ครบวงจร โดยบุคลากรทางการแพทย์” สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม หรือ ติดต่อนัดหมาย Hope Rehabilitation and Nursing […]
ตรวจเช็คสัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง

โรคหลอดเลือดสมองอันตราย (Stroke Fast Track) โรคหลอดเลือดในสมองตีบ-แตก-ตัน คือ โรคที่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เฉียบพลัน หากเกิดโรคดังกล่าว จะทำให้ขาดเลือดมาเลี้ยงสมอง ส่งผลทำให้สมองเสียหาย เป็นสาเหตุให้เกิดภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือเสียชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว ปัจจัยเสี่ยง !! ที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลืองสมองหลักๆ อายุมากกว่า 45 ปี ขึ้นไป มีความดันโลหิตสูง โอกาสเสี่ยงมากกว่า คนทั่วไป ประมาณ 2 – 4 เท่า มีโรคหลอดเลือดหัวใจ โอกาสเสี่ยงมากกว่า คนทั่วไป ประมาณ 1 – 3 เท่า มีโรคประจำตัว หรือประวัติคนในครอบครัวเป็น โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความอ้วน สูบบุหรี่จัด การตรวจเช็คสัญญานเตือนโรคหลอดเลือดสมอง (F A S T) […]
ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง เมื่อออกจากโรงพยาบาล อาการภาวะแทรกซ้อนสำคัญที่ต้องคำนึงถึงมีอะไรบ้าง? ภาวะแทรกซ้อนทั่วไปที่มีสาเหตุมาจากโรคหลอดเลือดสมอง ได้แก่ สูญเสียความทรงจำ มีปัญหาในการคิดวิเคราะห์ ความผิดปกติในการกลืน แผลกดทับ ภาวะซึมเศร้า เลือดออกในทางเดินอาหาร โรคลมชัก โรคปอดบวม มีปัญหาในการควบคุมปัสสาวะ หรือ กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองจำเป็นที่จะต้องมีการจัดทำแผนฟื้นฟูร่างกายอย่างเหมาะสมกับอาการ สมาชิกในครอบครัวมีส่วนสำคัญในการฟื้นฟูร่างกายของผู้ป่วย “ให้เราช่วยดูแลคนที่คุณรัก Hope Rehabilitation Phuket ศูนย์ฟื้นฟูและรักษาผู้สูงอายุ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ครบวงจร โดยบุคลากรทางการแพทย์” สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม หรือ ติดต่อนัดหมาย Hope Rehabilitation and Nursing Home ศูนย์ฟื้นฟูและดูแลผู้สูงอายุ ภูเก็ต Hope clinic physical therapy […]
ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หรือโรคอัมพฤกษ์ อัมพาตเป็นโรคที่พบบ่อยเป็นอันดับต้น ซึ่งพบได้โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงเมื่อเกิดโรคแล้วจะก่อให้เกิดอาการต่างๆ ขึ้นโดยปัจจัยเสี่ยงหลักๆจะมีอยู่ 2 ประเภทคือ ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถแก้ไขได้ อายุ ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น เพศ เพศชายจะมีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันได้มากกว่าเพศหญิง เชื้อชาติ พันธุกรรมบางชนิด เช่น กลุ่มอาการมาร์ฟาน (Marfan syndrome) จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเซาะตัวของหลอดเลือด ซึ่งนำไปสู่การตีบหรืออุดตันของหลอดเลือดสมองได้สูงกว่าบุคคลทั่วไป ปัจจัยเสี่ยงที่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ โรคประจำตัวเช่น ความดันโลหิตสูง ภาวะนี้จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง,โรคเบาหวาน,โรคหัวใจ การสูบบุหรี่ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันเป็น 2 เท่า ภาวะไขมันในเลือดสูง ขาดการออกกำลังกาย อย่างสม่ำเสมอ โรคอ้วน หรือภาวะน้ำหนักเกิน การดื่มแอลกอฮอล์ ในปริมาณมากกว่า 2 แก้ว ต่อวัน จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองแตก ภาวะเครียด […]
บอกลา”ออฟฟิศซินโดรม”ได้ด้วยวิธีไหนบ้าง ?

การรักษากลุ่มอาการ office syndrome มีด้วยกันหลายวิธีโดยแต่ละวิธีการการรักษาที่แตกต่างกันไปทั้งใช้ยาและไม่ใช้ยาโดยวันนี้ทางโฮปคลินิก มีวิธีการรักษาที่ไม่ใช้ยามาแนะนำ เช่น การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ การปรับสภาพแวดล้อมที่ทำงาน การเปลี่ยนอริยาบถให้ถูกต้อง การทำกายภาพบำบัดฟื้นฟู การออกกำลังกายเพิ่มสมรรถภาพร่างกาย และการฝังเข็ม เป็นต้น การยืดเหยียดกล้ามเนื้อด้วยตนเอง ตั้งศอกขึ้น และดึงแขนเข้าหาลำตัว ค้างไว้ 10-20 วินาที ยกแขนขึ้นข้างหนึ่งเหนือศีรษะ มืออีกข้างหนึ่งจับแขนดึงข้อศอกลงจนรู้สึกตึง ค้างไว้ 10-20 วินาที เอียงตัว โน้มตัวไปด้านข้างค้างไว้ 10-20 วินาที มือประสานกันไว้เหนือหัวเหยียดขึ้นจนสุดค้างไว้ 10-20 วินาที การรักษาด้วยวิธีทางกายภาพบำบัด เช่น การยืดคลายกล้ามเนื้อ Manual technique การใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัด เช่น เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า หรือเครื่องอัลตร้าซาวด์ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การฝังเข็ม “หากท่านมีอาการออฟฟิศซินโดรม ให้ […]
แบบประเมินโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นออฟฟิศซินโดรม

Checklist Office syndrome อาการไหนที่บอกว่าคุณกำลังเผชิญกับ “โรคออฟฟิศซินโดรม” มาสังเกตไปพร้อมๆกัน โดยทั่ว 80-90% ของผู้ที่พบ 5 อาการเหล่านี้โอกาสเสี่ยงที่จะเป็นออฟฟิศซินโดรม แต่ไม่ต้องกังวลใจรู้ก่อนรักษาทัน ลดปัญหาที่จะตามมา คุณมีอาการเหล่านี้หรือไม่? นั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์มากกว่า 6-8 ชม.หรือไม่? ขณะทำงานบางครั้งรู้สึกตาพร่ามัว อ่านหน้าจอไม่ถนัด ปวดศีรษะระหว่างคิ้วหรือไม่? ขณะทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ รู้สึกปวดเมื่อยต้นคอ สะบัก หลังเอวอยู่บ่อยๆหรือไม่? หลังเลิกงานรู้สึกสบายตามากกว่าตอนทำงานหรือไม่? หลังเลิกงานรู้สึกปวดเมื่อยไหล่ สะบักจนบางครั้งต้อง นวดยา หรือกินยาแก้ปวดหรือไม่? **หากตอบว่าใช่มากกว่า 1 ข้อหนึ่ง คุณมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นออฟฟิศซินโดรม** “หากท่านมีอาการออฟฟิศซินโดรม ให้ Hope คลินิกกายภาพบำบัด ภูเก็ต คลินิกกายภาพบำบัดครบวงจรช่วยดูแลรักษาอาการออฟฟิศซินโดรม” สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม หรือ นัดหมาย ติดต่อ Hope Rehabilitation and Nursing Home ศูนย์ฟื้นฟูและดูแลผู้สูงอายุ […]
How to ? นั่งทำงานอย่างไร ไม่ให้เป็นออฟฟิศซินโดรม

มนุษย์ออฟฟิศ หรือคนที่ต้องทำงานหน้าจอคอมตลอดเวลา หรือคนที่นั่งดูซีรีส์ ซึ่งบางทีอาจจะนานกว่านั่งทำงาน ต้องเจอกับปัญหาปวดคอ ปวดหลัง แต่จะไม่ให้นั่งหน้าจอคอมนานๆ ก็ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นมานั่งให้ถูกต้องตามหลัก Ergonomics ด้วยการให้สรีระในร่างกายอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง จะได้ไม่ปวดหลัง จนลุกลามไปเป็น Office Syndrome ศีรษะ : มองหน้าจอด้วยหน้าตรง ไม่ก้มหรือแหงนจนเกินไป ควรวางหน้าจอให้อยู่ในระดับสายตา ห่างออกไประมาณ 2.5 ฟุต คอ : เมื่อมองหน้าจอแบบหน้าตรงแล้ว คอก็จะตั้งตรงไปเอง ไม่ควรวางหน้าจอให้ต้องนั่งเอียงคอหรือเอี้ยว หัน ไปด้านใดด้านหนึ่ง หลัง : หลังควรจะมีอะไรซัพพอร์ตอยู่ตลอด โดยเฉพาะหลังส่วนล่าง ดังนั้นถ้าต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน ควรเลือกเก้าอี้ดีๆ ที่เหมาะสำหรับการนั่งทำงานและสามารถปรับระดับได้ การนั่งที่ถูกต้องคือนั่งพิงพนักเก้าอี้ โดยเอนไปด้านหลังเล็กน้อย ไม่แอ่นหรืองอหลัง พร้อมปล่อยช่วงไหลให้ผ่อนคลาย ไม่เกร็ง แขนและข้อศอก : เมื่อนั่งหลังพิงเก้าอี้แล้ว ให้แนบต้นแขนชิดกับลำตัว วางแขนทำมุม 90 องศากับต้นแขน ถ้ารู้สึกเมื่อยให้วางราบไปกับโต๊ะ […]
เกร็ดความรู้ออฟฟิศซินโดรม

ออฟฟิศซินโดรม คือ กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเยื่อพังผืด (Myofascial Pain Syndrome) รวมถึงอาการปวดจากการอักเสบของเนื้อเยื่อและเอ็น (Tendinitis) อาการปวด ชา จากปลายประสาทที่ถูกกดทับ ซึ่งอาการเหล่านี้มักพบได้บ่อยในผู้ที่นั่งทำงานในออฟฟิศในวัยเรียนและวัยทำงาน ที่มีลักษณะนั่งทำงานหน้าโต๊ะคอม หรือเขียนหนังสือเป็นเวลานานๆนั้น โดยมีสาเหตุจากการที่ตัวกล้ามเนื้อช่วง คอ บ่า ไหล่ แขน มีการเกร็งตัวทำงานอยู่ในท่านั้นๆ ค้างเป็นเวลานานทำให้เกิดภาวะอักเสบ และกล้ามเนื้อตึงตัวสูง โดยอาการที่พบได้บ่อยมีดังนี้ ปวดต้นคอ ปวดบ่า ปวดศีรษะ ปวดขมับ ปวดสะบัก ปวดตา ตาพร่ามัว เหงื่อออก มีอาการวูบวาบ มึนงง ร่วมกับมีอาการหูอื้อ อาจจะมีอาการปวดร้าวขึ้นศีรษะ หรือ ชาลงตามมือได้ “หากท่านมีอาการออฟฟิศซินโดรม ให้ Hope คลินิกกายภาพบำบัด ภูเก็ต คลินิกกายภาพบำบัดครบวงจรช่วยดูแลรักษาอาการออฟฟิศซินโดรม” สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม หรือ นัดหมาย ติดต่อ Hope […]
6 วิธีแก้ปวดหลังโดยไม่กินยา

1. ทำกายภาพบำบัด การรักษาโดยการทำกายภาพบำบัด คือการรักษาโดยไม่ต้องใช้ยา ทำการรักษาโดยการใช้เครื่องมือทางกายภาพ การคลายกล้ามเนื้อ การดัดดึงข้อต่อ การออกกำลังกาย และท่ายืดที่เหมาะสม โดยมีนักกายภาพบำผู้เชี่ยวชาญ ให้คำแนะนำและการรักษา 2. ฝังเข็ม การฝังเข็มเพื่อกระตุ้นการทำงานของอวัยวะนั้นๆ เมื่ออวัยวะนั้นได้รับการกระตุ้น มีการปรับตัว การทำงานก็จะดีขึ้น ปรับสมดุลให้ร่างกาย และยังสามารถคลายกล้ามเนื้อบรรเทาอาการปวด เช่น ออฟฟิศซินโดรม ปวดหลัง ปวดเอว ฯลฯการฝังเข็มแผนจีน (Acupuncture) จะเน้นไปที่การฝังเข็มตามเส้นลมปราณ สามารถรักษาอาการปวดหลัง อาการ Office syndrome ปวดหัว ปวดศีระษะ ไมเกรน ปวดท้องประจำเดือน นอนไม่หลับ และอาการปวดเข่าจากเข่าเสื่อมการฝังเข็มแผนตะวันตก (Dry needling)จะฝังไปที่กล้ามเนื้อที่มีการเกร็งตัวเป็นก้อน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ทำให้เกิดอาการปวด โดยตรง นิยมใช้รักษาอาการปวดกล้ามเนื้อจากในอาการ Office syndrome หรือ Myofascial pain syndrome 3. ครอบแก้ว ช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของเลือดทั่วร่างกาย ช่วยเรื่องอาการนอนไม่หลับ และช่วยลดอาการปวดทั่วไป เช่น ปวดหลัง ปวดเอว อาการออฟฟิศซินโดรม […]